วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2563

ไทยพบติด"โควิด" อีก 2 รายจากสหรัฐ ทุกรายไม่มีอาการ ยอดผู้ป่วยสะสมทั่วโลก 32 ล้านราย

 


เมื่อวันที่ 24 ก.ย.63 ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เปิดเผยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทย ล่าสุดพบผู้ป่วยรายใหม่ 2 ราย จึงมียอดผู้ป่วยยืนยันสะสมอยู่ที่ 3,516 ราย มีผู้ที่หายป่วยและกลับบ้านเพิ่ม 8 ราย ทำให้มียอดสะสมของผู้ที่รักษาหายแล้วอยู่ที่ 3,353 ราย มียอดสะสมผู้เสียชีวิตยังอยู่ที่ 59 ราย รักษาตัวในโรงพยาบาล 104 ราย  


สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ 2 ราย เป็นคนไทยที่กลับจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งรายแรกเป็นชายไทย อายุ 38 ปี อาชีพทำธุรกิจส่วนตัว เดินทางมาถึงไทยเมื่อวันที่ 10 ก.ย. เข้าพักในสถานกักกันของรัฐที่กรุงเทพฯ และจากการเข้ารับการตรวจหาเชื้อครั้งที่ 2 ในวันที่ 23 ก.ย. ผลตรวจพบเชื้อ แต่ไม่มีอาการ รายที่ 2 เป็นหญิงไทย อายุ 54 ปี อาชีพครูสอนภาษาอังกฤษ เดินทางมาถึงไทยเมื่อวันที่ 17 ก.ย. เข้าพักในสถานกักกันของรัฐในกรุงเทพฯ  และจากการเข้ารับการตรวจหาเชื้อครั้งที่ 1 ในวันที่ 21 กย. ผลตรวจพบเชื้อ แต่ไม่มีอาการ


สำหรับสถานการณ์ทั่วโลก ยอดผู้ติดเชื้อรวม 32,092,294 ราย อาการรุนแรง 62,377 ราย รักษาหายแล้ว 23,676,049 ราย เสียชีวิต 981,958 ราย โดยประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด คือ สหรัฐอเมริกา มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 7,139,553 ราย  รองลงมาคือ อินเดีย 5,730,184 ราย บราซิล 4,627,780 ราย  รัสเซีย 1,122,241 ราย  โคลอมเบีย 784,268 ราย 


ส่วนประเด็นที่น่าสนใจในต่างประเทศนั้น สมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) สนับสนุนให้ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่ท่าอากาศยานขาออก แทนการกักตัว โดยผู้อำนวยการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารไออาต้า กล่าวว่า เขาเสนอให้ใช้การตรวจโรคโควิด-19 แบบเป็นระบบที่ท่าอากาศยานขาออก ซึ่งใช้เวลาเพียง 15 นาที แทนการให้ผู้เดินทางต้องไปกักตัวขาเข้าหลายวัน วิธีนี้สามารถตรวจหาเชื้อไวรัสได้เกือบทุกราย แก้ปัญหาการนำเชื้อเข้าประเทศ การควบคุมการตรวจด้อยคุณภาพ และผลตรวจหลอกลวง ทั้งนี้ไออาต้า หวังว่าจะมีชุดตรวจในเร็วๆ นี้ตามข้อมูลของบริษัทดูแลสุขภาพที่กำลังแข่งกันพัฒนาอยู่ 


ด้านนักเศรษฐศาสตร์ของไออาต้า กล่าวว่า การเดินทางช่วงฤดูร้อนที่ซบเซาทำร้ายอุตสาหกรรมการบินที่มีปัญหาทางการเงินอยู่แล้วจากการเดินทางที่ลดลงทั่วโลก เพราะโรคโควิด-19 และกำลังจะเผชิญกับฤดูหนาวที่ท้าทาย เพราะมาตรการจำกัดการเดินทางยังคงไม่ลดลง ทำให้จำนวนคนเดินทางยังไม่กลับมา

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น