แฉมิจฉาชีพแนวใหม่หากินกับเบอร์โทรมือถือสวย ตระเวนหาเบอร์ตามห้างดัง ตรวจสอบไม่มีผู้ใช้ เข้าแจ้งความทำซิมการ์ดหาย ใช้เป็นหลักฐานแสดงความเป็นเจ้าของขอทำซิมการ์ดใบใหม่กับศูนย์บริการ เตือนผู้นิยมเบอร์สวยระวังถูกหลอกสูญเงินฟรี เอไอเอสเผย ใช้มาตรการจดทะเบียนผู้ใช้ระบบวัน-ทู-คอลป้องกัน

ยิ่งเทคโนโลยีก้าวหน้าไปเท่าไรโลกก็พัฒนามากขึ้นเท่านั้น ไม่เว้นแม้แต่แก๊งมิจฉาชีพที่ก้าวตามทันเสมอ ล่าสุดมีการหากินรูปแบบใหม่ด้วยการเสาะหาเบอร์โทรศัพท์มือถือสวยๆ ตามห้างสรรพสินค้าหรือสื่อสิ่งพิมพ์แล้วตรวจสอบว่า มีผู้ใช้หรือไม่ก่อนจะเข้าแจ้งความกับตำรวจ เพื่อนำใบแจ้งความไปเป็นหลักฐานขอทำซิมการ์ดใหม่

เมื่อวันที่ 21 ก.ค. นายวสวัตติ์ อัศวกฤษ์นันท์ หรือเล็ก นักค้าเบอร์สวยโทรศัพท์มือถือ เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีแก๊งมิจฉาชีพกลุ่มหนึ่งที่ตระเวนหาเบอร์สวยตามที่เจ้าของประกาศขายบนห้างสรรพสินค้าหรือตามสื่อสิ่งพิมพ์ จากนั้นจะโทรเข้าเบอร์เหล่านี้เพื่อตรวจสอบว่า มีผู้ใช้หรือไม่ติดต่อกันนานเป็นเดือน เมื่อแน่ใจว่าไม่มีผู้ใช้เนื่องจากเจ้าของประกาศขายไว้ไม่ได้นำออกมาใช้ นานๆ จึงจะนำออกมาเติมเงินสักครั้ง มิจฉาชีพกลุ่มนี้ก็จะไปเติมเงินเข้าเบอร์ดังกล่าวทางเอทีเอ็มแล้วเก็บสลิบไว้เป็นหลักฐานเวลาไปแจ้งความกับตำรวจว่าทำซิมการ์ดหาย

นายวสวัตติ์ กล่าวต่อว่า เมื่อแจ้งความเสร็จแล้วแก๊งมิจฉาชีพจะนำบันทึกการแจ้งความไปติดต่อกับศูนย์บริการบริษัทโทรศัพท์มือถือ เพื่อแจ้งความจำนงขอทำซิมการ์ดใบใหม่ อ้างว่าทำซิมการ์ดใบเดิมหาย โดยใช้บันทึกการแจ้งความเป็นหลักฐาน เมื่อได้ซิมการ์ดแล้วก็จะเร่ขายในราคาที่ถูกกว่าเจ้าของเดิมตั้งราคาไว้ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นหลักแสนขึ้นไป กว่าเจ้าของจะรู้ก็ต่อเมื่อนำเบอร์มาใช้แล้วพบว่า ไม่สามารถใช้การได้เพราะถูกระงับการใช้อันเป็นผลมาจากการขอทำซิมการ์ดใบใหม่

“พอเจ้าของรู้ตัวก็จะต้องนำหลักฐาน ประกอบด้วยกรอบซิมการ์ด ซิมการ์ด และใบแจ้งรหัสการปลดล็อกซิมการ์ด ซึ่งต้องใช้เวลานานพอสมควร จากนั้นบริษัทให้บริการมือถือจึงจะระงับการใช้ซิมการ์ดใบใหม่ แต่พอถึงเวลานั้นซิมการ์ดก็ถูกขายไปแล้ว คนรับเคราะห์ก็คือ ลูกค้าที่ซื้อซิมการ์ดใบใหม่ไป” นายวสวัตติ์ กล่าว

นักค้าเบอร์สวยโทรศัพท์มือถือรายนี้เป็นเจ้าของเบอร์สวยมากกว่า 20 เบอร์ หนึ่งในนั้นคือ หมายเลข 0-9988-8889 ที่กำลังมีปัญหาเรื่องการซื้อขาย และอยู่ระหว่างการพิสูจน์ว่าใครคือเจ้าของที่แท้จริง กับนายบันเทิงโชค ผานิตกุลวัฒน์ อายุ 40 ปี เสี่ยร้านทองย่านเยาวราช ซึ่งยืนยันว่ามีการซื้อขายและจ่ายเงินไปเรียบร้อยแล้ว นายวสวัตติ์บอกว่าเริ่มจับธุรกิจตัวนี้มาตั้งแต่ปี 2545 ปัจจุบันเบอร์สวยแพงที่สุดคือ หมายเลข 0-7000-7000 และ 0-6000-6000 ราคาอยู่ที่หมายเลขละ 3,000,000 บาท โดยเก็บไว้ในตู้เซฟเมื่อถึงเวลาจะนำออกมาเติมเงินสักครั้งไม่ให้ขาดอายุ

ด้าน “นุช” เจ้าของร้าน 555 เทรดดิ้ง ร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถือและเบอร์สวยใหญ่ที่สุดบนห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง ผู้รับฝากขายซิมการ์ดหมายเลข 0-9988-8889 กล่าวว่า ประกอบธุรกิจนี้มาหลายปีแล้วไม่เคยมีปัญหา ทั้งนี้ นายวสวัตติ์ได้นำซิมการ์ดมาประกาศขายที่ร้าน โดยมีหลักฐานแสดงการเป็นเจ้าของชัดเจน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันธุรกิจมือถือดีมาก แตกต่างกับธุรกิจการขายเบอร์สวย ซึ่งขึ้นอยู่กับภาวะทางเศรษฐกิจในแต่ละช่วง สำหรับผู้ที่นิยมซื้อเบอร์โทรศัพท์สวยนั้นส่วนใหญ่จะเป็นเจ้าของกิจการหรือคนที่มีฐานะ สาเหตุอาจมาจากความเชื่อโชคลางหรือเพื่อเสริมบารมี เพราะการจะมีเบอร์พิเศษแบบนี้นั้นไม่ใช่ใครจะมีกันได้ทั่วไป

“เท่าที่ทราบในตอนนี้เบอร์สวยที่แพงที่สุดบนมาบุญครองคือ หมายเลข 01-939-9999 ราคาไม่ต่ำกว่า 1,500,000 บาท ซึ่งราคานี้อาจจะสูงขึ้นได้อีกขึ้นอยู่กับผู้ซื้อและผู้ขายจะพอใจ ตัวอย่างเช่น ฉันซื้อเบอร์มาในราคา 10,000 บาท แต่มีคนมาซื้อต่อ 20,000 บาท ฉันก็ขาย แต่หลังจากนั้นก็ไม่รู้ว่าเขาจะไปตั้งราคาขายอีกทอดหนึ่งเท่าไร” เจ้าของร้านขายเบอร์สวยโทรศัพท์มือถือ กล่าว

ด้าน พ.ต.อ.จิตตพล สิชฌนุกฤษ์ ฝ่ายกฎหมาย บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบจีเอสเอ็ม วัน-ทู-คอล และดิจิตอลโฟน 1800 กล่าวถึงมาตรการป้องกันมิจฉาชีพกลุ่มนี้ว่า ปัจจุบันนี้เบอร์โทรศัพท์วัน-ทู-คอลสามารถนำมาจดทะเบียนรายเดือนได้แล้ว แต่ต้องมีประวัติการใช้งาน 6 เดือน นอกจากนี้ เอไอเอสยังมีบริการให้ลูกค้าลงทะเบียนแบบเมมโมรี่คลับ เพื่อป้องกันการขโมยเบอร์โทรศัพท์ เนื่องจากจะมีข้อมูลเกี่ยวกับผู้ครอบครองเบอร์เหล่านั้น ใช้เป็นหลักฐานแสดงการเป็นเจ้าของได้

พ.ต.อ.จิตตพล กล่าวต่อว่า การขายเบอร์สวยงามในระบบวัน-ทู-คอลในราคาสูงนั้น บริษัทไม่สามารถควบคุมได้ เพราะการซื้อขายเบอร์โทรศัพท์ดังกล่าวเป็นความพึงพอใจระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย และการขายเบอร์ในรูปแบบเติมเงินบริษัทได้ขายขาดให้กับผู้ซื้อ ไม่มีพันธะผูกพันต่อกัน ผู้ซื้อจะนำไปทำอย่างไร จะขายต่อให้ใครในราคาเท่าไรนั้นไม่สามารถไปตั้งข้อจำกัดได้ เหมือนกับแผงพระเครื่อง ใครพอใจองค์ไหนราคาสู้ได้ก็ตัดสินใจเช่า ไม่ถือเป็นการหลอกลวง