สืบเนื่องจากกรณีที่นายประชา มาลีนนท์ รมช.มหาดไทย นำชุดเฉพาะกิจจัดระเบียบสังคม เข้าตรวจสปาร์ก ผับ สถานบันเทิงชื่อดัง และตรวจบัตรประชาชน รวมถึงปัสสาวะของนักเที่ยวเกือบ 300 คน เมื่อเร็วๆ ปรากฏว่า มีหญิงสาวอายุไม่ถึง 20 ปี 2 คน ไม่พกบัตรประชาชน 5 คน มีนักเที่ยวฉี่สีม่วง 15 คน ในจำนวนนี้ มีนายศุภกร ศรีสวัสดิ์ อายุ 54 ปี หรือ “ดี๋ ดอกมะดัน” ดาราตลกรุ่นเก๋ารวมอยู่ด้วย ซึ่งขณะนั้นดาวตลกชื่อดัง อ้างว่ากินยาแก้หืดหอบเข้าไป ตำรวจจึงส่งตัวอย่างปัสสาวะทั้งหมดไปให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบว่า มีสารเสพติดปะปนอยู่หรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าของเรื่องนี้ว่า ที่ สน.ห้วยขวาง ช่วงเย็นของวันที่ 21 ก.ค. พ.ต.ท.ยิ่งยศ อินทบุหรั่น รอง ผกก.สส.สน.ห้วยขวาง เปิดเผยว่า สั่งการให้ พ.ต.ต.อรัญ รักการ สวส. เจ้าของคดีการตรวจสปาร์ก ผับ ส่งหมายเรียกนายศุภกร หรือ “ดี๋ ดอกมะดัน” เพื่อให้มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาว่าเสพยาเสพติด ทั้งนี้ เนื่องจาก กองพิสูจน์หลักฐานส่งผลการตรวจทางวิทยาศาสตร์มาแจ้งให้พนักงานสอบสวนทราบว่า ตัวอย่างปัสสาวะของ “ดี๋” มีสารเสพติดประเภทยาอีปะปนอยู่ หากในครั้งแรก “ดี๋ ดอกมะดัน” ไม่ยอมมา ตำรวจจะติดต่อด้วยวิธีส่งหมายเรียกไปยังที่อยู่ที่ให้ไว้อีกครั้ง หากยังไม่ได้ผล จะขออนุญาตศาลออกหมาย ซึ่งจะเป็นหมายเรียกหรือหมายจับขึ้นอยู่กับศาลจะพิจารณา เมื่อยอมมาพบ พนักงานสอบสวนจะแจ้งผลการตรวจปัสสาวะให้ทราบ และนำตัวส่งศาลแขวงพระนครเหนือ อย่างไรก็ตาม ในขั้นตอนนี้ถือว่า “ดี๋ ดอกมะดัน” เป็นผู้ป่วยไม่ได้เป็นผู้ต้องหา ซึ่งก็อยู่ที่ศาลว่าจะดำเนินการอย่างไร

พ.ต.ต.อรัญ รักการ สวส. เปิดเผยว่า จากการตรวจปัสสาวะนักเที่ยวที่สปาร์ก ผับ พบว่ามีผู้ปัสสาวะสีม่วง 15 คน เมื่อส่งให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจ ผลปรากฏว่ามีผู้ที่มีสารเสพติดเจือปนที่แสดงว่าเสพยาเสพติด 8 คน เป็นหญิง 5 คน และชาย 3 คน ในจำนวนนี้มี “ดี๋ ดอกมะดัน” รวมอยู่ด้วย ทั้งหมดจะถูกส่งหมายเรียกไปทางไปรษณีย์เพื่อให้มารับทราบข้อกล่าวหา และพนักงานสอบสวนจะนำส่งศาลแขวงพระนครเหนือ ศาลจะส่งตัวไปบำบัด 4 เดือน จากนั้นจะประเมินผลอีกครั้งว่าหายจากการติดยาหรือยัง หากหายแล้วศาลก็จะแจ้งอัยการเพื่อตัดชื่อออกจากการเป็นผู้ป่วย

ด้านนายประชา มาลีนนท์ รมช.มหาดไทย เปิดเผยว่า เมื่อพบว่า “ดี๋ ดอกมะดัน” มีการเสพยาเสพติดจริง คงต้องเป็นหน้าที่ของตำรวจว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย อย่างไรก็ตาม การเข้าตรวจค้นและมีการตรวจปัสสาวะของ “ดี๋ ดอกมะดัน” นั้น ไม่ใช่ต้องการตรวจสอบเฉพาะคนที่มีชื่อเสียง การเข้าตรวจค้นไม่ได้เจาะจงว่าต้องเป็นใคร

นายประชากล่าวต่อว่า สิ่งสำคัญที่ยอมไม่ได้ ซึ่งต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาดคือสถานบริการที่ปล่อยปละ ละเลยให้ผู้เสพและค้ายาเสพติดเข้าไปมั่วสุม เพราะจากหลักฐานที่พบมีทั้งผู้ที่พกยาเสพติดอยู่กับตัว บางคนพบว่าเสพยา อีกทั้งในห้องน้ำมีการทิ้งยาไว้เกลื่อนไปหมด จึงต้องมีการจัดการอย่างเด็ดขาดกับสถานบริการเหล่านี้ โดยเป็นอำนาจหน้าที่ของตำรวจ นครบาลว่าจะดำเนินการกับสถานบริการดังกล่าวอย่างไร

ส่วน “ดี๋ ดอกมะดัน” กล่าวว่า วันที่เกิดเหตุนั้นตนออกจากโรงพยาบาลก็ห้าทุ่มแล้ว ถ้าจะไปสปาร์ก ผับ เพื่อเสพยาก็ถือว่าเสียสติแล้ว เพราะอายุมากแล้ว และยังมีโรคประจำตัวหอบหืดด้วย ส่วนที่ถูกกล่าวหาว่าหนีตำรวจไปอยู่ในห้อง เพราะตอนนั้นมี “กี้-อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง” ที่รู้จักกัน ชวนให้มานั่ง จึงเข้าไปนั่ง สำหรับเรื่องที่ตำรวจออกหมายเรียก จะรอผลอยู่เหมือนกัน ถ้าตำรวจติดต่อมายินดีให้ความร่วมมือเพราะบริสุทธิ์ใจ ที่ผ่านมามีงานต้องเดินทางไปต่างประเทศก็ไม่ได้ไป เพราะยังรอผล และอยากจะเคลียร์ให้จบ

“ดี๋ ดอกมะดัน” กล่าวต่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอุทาหรณ์ว่าควรระวังตัว เมื่อคนส่งแก้วมาให้ เราไม่รู้ว่าข้างในมีอะไร เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องปกติที่เจอบ่อยมากในสถานบันเทิง ถ้าไม่ดื่มก็หาว่ารังเกียจ เมื่อเป็นแบบนี้อยากจะให้เจ้าหน้าที่ของรัฐดูว่ามีคนที่ทำผิดนั้นมีเจตนาหรือเปล่า เพราะเรื่องแบบนี้ใครอาจจะแกล้งกันก็ได้