นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น เชิญ คณะกงสุลใหญ่ และ กงสุลกิตติมศักดิ์ ที่มีถิ่นพำนักในเขตจ.ขอนแก่น เพื่อรับทราบถึงสถานการณ์ และทำความเข้าในใน พระราชกำหนดในสถานการณ์ฉุกเฉิน ตามที่รัฐบาลได้ประกาศบังคับใช้โดยมีผลวันนี้เป็นวันแรก โดยมีคณะกงสุลใหญ่ และ กงสุลกิตติมศักดิ์ จาก เวียตนาม,จีน,สปป.ลาว และ ฝรั่งเศส เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า จากการประชุมร่วมกับคณะกงสุลฯ ทำให้เกิดความเชื่อมั่นและมั่นใจว่า ทุกฝ่ายจะมีความเข้าใจและได้ทำความเข้าใจ ใน พรก.ฉุกเฉิน ดังกล่าวที่ตรงกัน เพื่อจะนำไปถ่ายทอดให้กับพลเมืองของตนเอง ที่มีถิ่นพำนักในเขตจังหวัดภาคอีสานได้รับทราบและถือปฎิบัติอย่างเข้มงวดโดยไม่ละเว้น ซึ่งผู้แทนแต่ละประเทศที่มีเขตอำนาจในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยนั้นรับทราบและจะนำไปถ่ายทอดให้กับพลเมืองของตนเองได้เข้าใจในคำสั่งดังกล่าวในภาพรวม แต่ที่สำคัญคือการเน้นย้ำที่นอกจากการปฎิบัติตามคำสั่งของรัฐบาลไทย ใน พรก.ฉุกเฉิน ดังกล่าวแล้ว ยังคงขอให้คณะกงสุลฯ ที่มีสถานที่ตั้งและถิ่นพำนักในเขต จ.ขอนแก่น ได้ประสานข้อมูลข่าวสารร่วมกับทางจังหวัด ด้วย

“เราได้รับการประสานงานจากผู้แทนประเทศที่มาพบที่เน้นไปในเรื่องของการดูแลและคุ้มครอง พลเมืองของตนเอง ที่ยังคงต้องอยุ่ในเขตจังหวัดต่อเนื่อง ตามประกาศดังกล่าว ทั้งการทำงาน,การมีครอบครัวหรือการเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ซึ่งประเด็นนี้จังหวัดได้รับเรื่องเพื่อประสานงานในมาตรการต่างๆที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกับการขอวิซ่า เพื่ออยู่ต่อในราชอาณาจักร ที่จะต้องมีการประสานงานกันร่วมหลายฝ่าย ขณะเดียวกันประเทศจีน โดยสถานกงสุลใหญ่จีน ได้แจ้งว่าได้เตรียมส่งอุปกรณ์ทางกานแพทย์ ซึ่งส่งตรงมาจากประเทศจีน เพื่อส่งมอบให้กับจังหวัดขอนแก่น สำหรับการให้ความช่วยเหลือประชาชนและใช้ในทางการแพทย์เพื่อใช้ในการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่จังหวัดพร้อมรับการประสานงานในเรื่องดังกล่าว